ความมั่งคั่ง 7 ระดับเราอยู่ในระดับไหน?
ความมั่งคั่ง 7 ระดับเราอยู่ในระดับไหน?
Summary- พึ่งพาผู้อื่น
- พออยู่รอด/เดือนชนเดือน
- มีเงินเก็บ
- มีรายได้เกินรายจ่ายพอสมควร
- มีอิสรภาพ ไม่ต้องง้องาน
- มีอิสรภาพทางการเงิน/รายได้มากกว่ารายจ่ายมากๆ
- มีเงินเหลือล้น/สร้างตำนาน
- พออยู่รอด/เดือนชนเดือน
- มีเงินเก็บ
- มีรายได้เกินรายจ่ายพอสมควร
- มีอิสรภาพ ไม่ต้องง้องาน
- มีอิสรภาพทางการเงิน/รายได้มากกว่ารายจ่ายมากๆ
- มีเงินเหลือล้น/สร้างตำนาน
1.การพึ่งพิงผู้อื่น (Depedence) > ยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินจากผู้อื่น สำหรับรายจ่ายของตัวเอง เช่น เด็กที่ยังต้องให้พ่อเเม่เลี้ยงดู คนวัยทำงานที่หาเงินไม่พอเเล้วยังขอเงินพ่อเเม่อยู่ เพื่อมีเงินมาใช้จ่าย
2.พออยู่รอด (Survival) > เรียกง่ายๆว่า เดือนชนเดือน นั้นเเหละครับ จากงานวิจัยพบว่าคนส่วนใหญ่อยู่ในระดับนี้มากที่สุด ถ้าเงินภาวะตกงาน เสี่ยงต่อการเกิดหนี้มากที่สุดในระดับนี้
วิธีแก้ คือ ไม่ลดรายจ่าย ก็เพิ่มรายได้ขึ้นในระดับนี้ เพราะบางคนมีรายได้ที่มากเเต่ก็ยังเงินไม่พอใช้ครับ อาจจะต้องปรับ Lifestyle เเละ ReCheck นิสัยทางการเงินเพิ่ม
3.มีเงินเก็บ > มีเงินเหลือเก็บขณะที่เกิดภาวะวิกฤต เช่น ตกงาน หรือ วิกฤตอื่นๆ มีชีวิตที่ดีอยู่ในระยะสั้น เเต่ในอนาคตยังไม่เเน่นอน ว่าจะรักษาชีวิตที่ดีอยู่เหมือนเดิมได้ไหม เป็นขั้นที่ขยับมาจาก เดือนชนเดือน คือ ไม่ต้องขอหรือยืมใคร เเต่ก็ยังไม่แน่นอนในอนาคตระยะยาวครับ สามารถใช้จ่ายบิลได้แบบไม่ต้องกังวล
ในระดับนี้ : มีเงินเก็บ,เงินสำรองฉุกเฉิน,เริ่มลงทุนได้ เกณฑ์คือ : การมีเงินเย็นที่สามารถใช้ได้สบายๆ (700,000–1,400,000 บาทท)
รายจ่ายเฉลี่ยในระดับนี้ : 1,500,000–1,800,000 บาทต่อปี (ขึ้นอยู่กับนิสัยการเงินด้วยไม่ขึ้นอยู่กับรายได้เสมอไปครับ)
2.พออยู่รอด (Survival) > เรียกง่ายๆว่า เดือนชนเดือน นั้นเเหละครับ จากงานวิจัยพบว่าคนส่วนใหญ่อยู่ในระดับนี้มากที่สุด ถ้าเงินภาวะตกงาน เสี่ยงต่อการเกิดหนี้มากที่สุดในระดับนี้
วิธีแก้ คือ ไม่ลดรายจ่าย ก็เพิ่มรายได้ขึ้นในระดับนี้ เพราะบางคนมีรายได้ที่มากเเต่ก็ยังเงินไม่พอใช้ครับ อาจจะต้องปรับ Lifestyle เเละ ReCheck นิสัยทางการเงินเพิ่ม
3.มีเงินเก็บ > มีเงินเหลือเก็บขณะที่เกิดภาวะวิกฤต เช่น ตกงาน หรือ วิกฤตอื่นๆ มีชีวิตที่ดีอยู่ในระยะสั้น เเต่ในอนาคตยังไม่เเน่นอน ว่าจะรักษาชีวิตที่ดีอยู่เหมือนเดิมได้ไหม เป็นขั้นที่ขยับมาจาก เดือนชนเดือน คือ ไม่ต้องขอหรือยืมใคร เเต่ก็ยังไม่แน่นอนในอนาคตระยะยาวครับ สามารถใช้จ่ายบิลได้แบบไม่ต้องกังวล
ในระดับนี้ : มีเงินเก็บ,เงินสำรองฉุกเฉิน,เริ่มลงทุนได้ เกณฑ์คือ : การมีเงินเย็นที่สามารถใช้ได้สบายๆ (700,000–1,400,000 บาทท)
รายจ่ายเฉลี่ยในระดับนี้ : 1,500,000–1,800,000 บาทต่อปี (ขึ้นอยู่กับนิสัยการเงินด้วยไม่ขึ้นอยู่กับรายได้เสมอไปครับ)
4.มีรายได้เกินรายจ่าย > เรามีเงินมากกว่ารายจ่ายที่เรามีอย่างมาก เเละในระดับนี้ คือ เรามีความมั่นคงทางการเงินที่ชัดเจน เเละเเน่นอน คือ รายได้ที่ได้รับมาทุกเดือนเราสามารถคาดการณ์ได้ เเละสามารถคาดการณ์รายจ่ายต่อเดือนได้
ความเเตกต่าง ระดับ 3 กับ ระดับ 4 คือ >> ระดับ 4 จะมีรายได้มากกว่ารายจ่ายไปมากๆ ชนิดที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีจ่ายไหม คือ มั่นใจว่าจ่ายได้เเน่ๆ
5.มีอิสรภาพแบบไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องง้องาน > รายได้ของเรามีมากกว่ารายจ่ายมากๆ จนการทำงานเป็นเเค่ตัวเลือก เราเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ
ในระดับนี้เเทบไม่มีหนี้, ใช้ชีวิตหรูหราได้, ซื้อของแบบไม่ต้องดูราคา, อยากไปที่ไหนก็ไปได้เลยโดยไม่ต้องกังวล
เรามีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายแบบที่เราไม่ต้องกังวลเเล้ว
งานเป็นเเค่ทางเลือกของเรา เราเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้
6.มีอิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom) > เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเราอีกต่อไป เพราะรายได้ของเราที่มีมันเหลือๆ เลยในการใช้ชีวิต ในระดับนี้คือ ชีวิตไม่มีความคิดว่าจะกลัวเงินหมด
สามารถช่วยเหลือใครก็ได้ในครอบครัวที่เดือดร้อน
มีเงินเหลือครอบคลุมดูเเลลูกๆ ได้ทั้งหมด
ในระดับนี้ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไรก็ไม่กระทบรายได้ของเราได้
สามารถใช้ชีวิตตามความหมายอื่นได้ โดยไม่ใช่เรื่องเงิน
7.มีเงินเหลือล้น (Financial Abundance) > มีรายได้แบบปกติที่คนทั่วไปเขาไม่มี มีเงินครอบคลุมทุกอย่างที่เขามี ในระดับนี้จะคิดถึง การเป็นตำนาน คือ เราจะทิ้งอะไรไว้ให้โลกใบนี้ดี (Legacy)
อยากสร้างอะไรบางอย่างไว้ให้กับโลก
อยากทำอะไรก็ได้แล้วในระดับนี้ ซื้อธุรกิจ ซื้อกิจการ ซื้อเครื่องบินส่วนตัวได้
-สรุปเเละเรียบเรียงข้อมูลจาก : Mission to the moon
(สำรวจ 7 ขั้นของความมั่งคั่ง คุณอยู่ขั้นไหนแล้ว? | Mission To The Moon EP.1939)
Photo Credit :
Golfmashare (ผู้เขียน)



Comments
Post a Comment